วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

หุ้น : ภาวะอุตสาหกรรม2558 : พลังงาน

หุ้น นักเก็งกำไร




หุ้นและภาวะอุตสาหกรรมปี 2558 (ในความเห็นผม) 

1. พลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ชีวมวลและขยะ 

--------- 

พลังงานถ่านหินไทย ราศีจับแวววับอีกครั้ง 
หลังจากซบเซามานาน 
จากการที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต 
ประกาศกร้าวว่า 
ไทยต้องมีโรงฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น อย่างไม่มีทางเลือก 


สาเหตุจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทย 
เพิ่มต่อเนื่องมาหลายปี 
สวนทางกับความสามารถผลิตไฟฟ้า 
ที่เพิ่มช้าราวกับเต่าชราคลาน 
รัฐบาลจึงเร่งสร้างโรงไฟฟ้ามือเป็นระวิง 


ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินมีข้อดีคือ 
ต้นทุนถูก และมีเสถียรภาพ 
ผลิตไฟฟ้าได้ 7วัน 24 ชั่วโมง 
แต่ข้อเสียคือ มีการต่อต้านจากชาวบ้านในพื้นที่ 
เพราะเชื่อว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินสร้างหายนะแก่สิ่งแว้ดล้อม 
การคัดค้านอย่างเข้มข้น 
ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินในไทย ถูกดองเค็มมานาน 


แต่พอรัฐบาลทหารเรืองอำนาจ 
ก็ใส่เกียร์ห้าเดินหน้าเต็มที่ โดยไม่มีใครกล้าขวาง 
เหตุผลก็ รู้ๆกันดี 
เมื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น
ความต้องการถ่านหินจึงถีบตัวสูงขึ้นด้วย 



-------- 


อีกกระแสที่ก่อตัวขึ้นคือ โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ 
ซึ่งนำ "ชีวมวล" อันหมายถึง
เศษ ซาก ของอินทรีย์สาร ที่ไม่ได้ใช้งาน
เช่น แกลบ ฟาง เศษไม้ เศษหญ้า ฯลฯ 
มาเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า 


เมื่อก่อน โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ 
ไม่ค่อยได้รับความนิยมทางพาณิชย์ 
เพราะต้นทูนสูง จัดเก็บชีวมวลและขยะยุ่งยาก 
แถมมีปัญหาต่อต้านจากชาวบ้านอีก 



แต่ปัจจุบัน รัฐบาลส่งเสริมแบบสุดลิ่มทิ่มประตู
เพราะช่วยแก้ปัญหาสำคัญ ที่กำลังสร้างหายนะ 
นั่นคือ ปัญหาขยะล้นเมือง 
เนื่องจากความสามารถผลิตขยะของสังคมไทย 
กับพื้นที่เก็บและทำลายขยะ ไม่สมดุลกันแบบรุนแรง 
โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ 
นอกจากสร้างไฟฟ้ายังช่วยลดปริมาณขยะ 
เป็นประโยชน์ 2 เด้ง 


จากเหตุผลข้างต้น พลังงานจากถ่านหิน ชีวมวลและขยะ 
น่าจะเป็นดาวเด่นด้านพลังงานของปี 2558 ครับ 

#นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน 

ที่มาข้อมูล 
http://goo.gl/MX9NhI 
http://goo.gl/UE3gjc
Read More »

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หุ้น ปริมาณซื้อขายกับการเก็งกำไร

หุ้น สอนเล่นหุ้น





การเก็งกำไรให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
ก็คือ ซื้อแล้ว ราคาหุ้นต้องสูงกว่าเดิม


คำถามคือ ราคาหุ้นเพิ่มได้ เพราะอะไร
คำตอบคือ มีการ "ซื้อขาย" อย่างคึกคัก
เพราะถ้าไม่มีการซื้อขาย
ราคาหุ้นจะนิ่ง เป็นก้อนหิน
ปริมาณซื้อขาย จึงเหมือน แบตเตอรี่
ที่ผลักดันราคาหุ้นให้พุ่งทะยาน
ไปทางใด ทางหนึ่ง


เวลาที่เหมาะแก่การเก็งกำไร
กำไรง่าย มีโอกาสชนะสูง
คือช่วงที่มีปริมาณซื้อขาย (Volume) มาก
เพราะมีเม็ดเงิน มาผลักดันราคาหุ้นมาก
เปรียบเหมือนตกปลาใน "วังมัจฉา"
แม้ใช้เครื่องมือสุดแสนธรรมดา
ก็ได้ปลาเต็มกระซัง
เพราะมีปลาชุกชุม


กลับกัน หากตกปลาในน้ำที่ว่างเปล่า
ต่อให้มีเครื่องมือขั้นเทพ
ก็เป็นเรื่องลำบากสุดแสนนัก
ที่จะได้ปลาเป็นกอบเป็นกำ
เพราะไม่มีปลา
แล้วเครื่องมือขั้นเทพ จะจับปลาจากไหน ??


การเก็งกำไรก็เหมือนกันครับ
การเก็งกำไรในช่วงที่ปริมาณซื้อขายน้อย
ตลาดหุ้นเงียบเหงาเป็นป่าช้า
ก็เหมือนตกปลาในน้ำที่ว่างเปล่า
ต่อให้มี indicator ชั้นครู
ก็ยากที่จะมีกำไรอู้ฟู่
เพราะไม่มีเม็ดเงินมาผลักดันราคาหุ้น
ส่งผลให้ราคาหุ้นส่วนใหญ่ ไม่เพิ่ม
ออกทางลดลงด้วยซ้ำ









ดังนั้นกลยุทธที่เหมาะสม (26/12/57)
ในช่วงที่ปริมาณซื้อขาย (Volume) น้อย
คือ ถือเงินสด รอดูสถานะการณ์
รอเมื่อลมพัดหวน ปริมาณซื้อขายมาอีกครั้ง
จึงพิจารณาอีกทีครับ



#นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน
Read More »

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สอนเล่นหุ้น- 7 นิสัยที่ทำให้คุณไม่รอดในตลาดหุ้น

หุ้น นักเก็งกำไร


ไม่รอด1 : เล่นหุ้นทุกแนว

เป็นผู้รับเหมา คือ เอามันทุกอย่าง
เก็งกำไรระยะสั้น เล่นรอบ ลงทุนระยะยาว
รู้ทุกอย่าง แต่ผิวเผิน ไม่แตกฉานสักเรื่อง

ไม่รอด2 : สนแต่ "ชื่อหุ้น"

เวลาไปสัมนา หรือ อบรม
จำได้แต่ "ชื่อหุ้น" ที่บอกตอนท้าย
ไม่สนใจเหตุผลว่าทำไม
ซื้อขายเมื่อไหร่

ไม่รอด3 : มีหุ้นมากเกินไป

มีหุ้น 30-40 ตัวในพอร์ต
ตัวไหนใครว่าดี กวาดเรียบ
ผลคือ พอร์ตไม่เติบโต
เพราะแม้บางตัวขึ้นเยอะ
แต่มูลค่าน้อยเกินไป

ไม่รอด4 : เป็นMessenger

คือผู้กระจายข่าว
โดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง
เมื่อได้หุ้นเด็ดหรือข่าวลือ
ก็โพทะนา ทาง Facebook หรือ Line
สุดท้ายจบลงด้วย 
ตัวเองซื้อหุ้นตาม "ข่าวลือ" นั่น

ไม่รอด5 :แต่งงานกับพี่ "วินัย"

คือ Cutloss ทุกวัน บางช่วงวันละ 3 ครั้ง
เล่นหุ้นแทบไม่เคยเห็นกำไร
Cutloss บ่อยเกินไป สะท้อนว่า
ต้องแก้ไขเรื่อง วิธีเลือกหุ้นและจังหวะซื้อขาย
แต่ไม่เคยสนใจ ใช้วิธีเดิมๆ

ไม่รอด6 : เป็นผู้กล้า

เป็นอัศวินผู้ออกรบโดยไม่สวมเกราะ
ไม่กลัวและไม่ร้จัก "ความเสี่ยง"
ไม่เคยแบ่งไม้ซื้อ จัดเต็มทุกครั้ง
ผลคือ แม้คุณจะเก่งกล้าสามารถขนาดไหน
แต่เมื่อพลาดครั้งเดียว คุณจะเจ็บหนัก
อาจถีงขั้นหายนะ

ไม่รอด7 : เชื่อดวง

คิดว่าเล่นหุ้นคืออยู่ที่ดวง
วันไหนโชคดีก็กำไร
หากโชคร้ายก็กระเป๋าฉีก
ฝากเงินไว้กับโชคชะตา
แต่ความจริง ผู้โชคดีที่สุดในตลาดหุ้น
คือผู้ที่ทำงานหนักที่สุด
พวกเขาไม่เชื่อดวง แต่เชื่อเรื่องวางแผนและลงมือทำ

----------

ที่มาข้อมูล : คุณณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์
เรียบเรียง : นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน


Read More »

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

หุ้น ICHI : วิธีดูการ"เก็บหุ้น" ของรายใหญ่




มีพี่น้องถามว่า

ติด ICHI เอาไงดี

เมื่อดูกราฟราคาหุ้น ICHI

พบว่า 2 เดือนผ่านมา

ทำจุดต่ำสุดใหม่ต่อเนื่อง

MACD < 0 มาก

สะท้อนว่า หุ้น ICHI อยู่ในแนวโน้มขาลง

ตามทฤษฎี หุ้นตัวใดเป็นขาลง

ราคาก็จะลงไปเรื่อยๆ

จนกว่าจะไม่ลงแล้ว

โดย ณ ปัจจุบัน (27/10/57)

ยังไม่มีสัญญาณว่า สถานะการณ์จะดีขึ้น

จึงสรุปว่า ICHI มีโอกาสลงต่อ มากกว่าขึ้นครับ


หุ้น นักเก็งกำไร trend following
กราฟราคาหุ้น ichi (27/10/57)


------------


คำถามคือ มันจะลงถึงเมื่อไหร่

คำตอบคือ จนถึงจุดที่ นักลงทุนรายใหญ่หรือ มหาชน

เห็นว่า ราคาไม่แพง คุ้มค่า

จึงทุ่มเงินเข้าซื้อ

ซึ่งของสิ่งใดที่ความต้องการเพิ่มขึ้น

ราคาจะเพิ่มขึ้น ไม่ลดลง



แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า

รายใหญ่เก็บของ ตอนไหน ??

วิธีการคือ ดูที่กราฟราคา

จะปรากฎ ร่องรอย” 3 อย่าง คือ

1.    ปริมาณซื้อขายเพิ่มขึ้นแบบมหาศาล

2.    มีแรงซื้อเข้ามาก (Buy > Sell)

3.    ราคาหุ้นเป็นแท่งเขียวยาว

ตัวอย่างเช่น หุ้น ICHI วันที่ 14/5/2014 ซึ่งตีความได้ว่า

รายใหญ่หรือมหาชน เห็นว่า

ราคาประมาณ 20.7

ไม่แพง คุ้มค่า น่าสนใจ

ซื้อแล้ว ไปขายต่อทำกำไรได้

จึงทุ่มเงิน ซื้อหุ้นมากมายมหาศาล

เมื่อความต้องการซื้อมาก ราคาหุ้นจึงพุ่งกระฉูด





------------


จากข้อมูลทั้งหมด

ICHI ทำไงต่อดี ??

คำตอบคือ หากติดที่ราคาสูง

ปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาขายแล้ว

เพราะบริเวณนี้ ใกล้เคียงราคาที่ รายใหญ่เคยตะลุยเก็บหุ้น

ซึ่งปกตินิสัยมนุษย์ อะไรทำแล้วดี จะทำซ้ำ

คราวก่อนรายใหญ่เก็บหุ้น แถว 20.7

และไปขายทำกำไรแถว 27.5 -28

เมื่อราคาลงมา ใกล้เคียง 20.7

จึงมีโอกาส ที่รายใหญ่อาจเข้าเก็บหุ้นอีกครั้ง

เราจึงควรรอดูว่า แถว 20.7

มีแรงซื้อหุ้น ICHI อย่างมีนัยยะสำคัญไหม

หากมี ก็แสดงว่า เป็นแนวรับ

อันหมายถึง ราคาหุ้นน่าจะไม่ลงต่ำกว่า 20.7 มาก

เป็นเวลาซื้อ มากกว่าขาย

แต่หากแถวราคา 20.7 ไม่มีแรงซื้อ

แถมมีแรงขายหุ้นอย่างหนัก

ก็สะท้อนว่า รายใหญ่ หรือ มหาชน

เห็นว่า ราคา 20.7  ไม่น่าสนใจแล้ว

เมื่อถึงเวลานั้น ต้องตัดสินใจว่า ขายหรือถือต่อ ครับ




Read More »

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

PTTGC เอาไงดี ??





PTTGC เป็นแชมป์เปี้ยนเบอร์หนึ่ง ด้านพื้นฐาน

ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีประเทศไทย

แต่กลับสร้างความผิดหวังให้นักลงทุนอย่างสาหัส

เพราะราคาร่วงหนัก ต่อเนื่อง ยาวนาน

ลงแบบไม่ลืมหูลืมตา

จนผู้ที่ซื้อราคาสูง แล้วไม่ยอมขาย

ขาดทุนบัญชีกันระนาว อ่อนอกอ่อนใจตามๆกัน


----------

คำถามคือ PTTGC เอาไงดี ??

เมื่อวิเคราะห์ด้วยกราฟราคา

PTTGC เป็นขาลงแบบสมบูรณ์แบบ

ลงแบบโงหัวไม่ขึ้น

ซึ่งตามทฤษฎี

หากหุ้นมีแนวโน้มลดลง

ก็จะลงต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหยุดลง

ซึ่งขณะนี้ ยังไม่เห็นแนวโน้มเลยว่า

จะยูเทริน์กลับ เป็นแนวโน้มขาขึ้นเมื่อไหร่

นั่นหมายถึง ปัจจุบัน โอกาสราคาลงต่อ

มีมากกว่าที่จะเพิ่มขึ้น



หุ้น นักเก็งกำไร
PTTGC


อย่างไรก็ตาม ในความมืดมิด ก็เริ่มมีแสงสว่างเล็กๆ

เพราะหลังจากราคาลดต่อเนื่อง ยาวนาน

จนมาถึง "แนวรับ" ที่ 58 บาท

โดย "แนวรับ" หมายถึง แนวที่ระดับราคาหุ้น ไม่ลดลงต่ำกว่า

เป็นราคาที่มีแรงซื้อเข้ามาก

จนเอาอยู่ อุ้มไหว ไม่ให้ราคาต่ำกว่าได้


ดังนั้น หากใครกล้ำกลืนฝืนทน

ถือหุ้นมานาน จนถึงวันนี้

เป็นจุดที่ไม่ควรขายทิ้ง

เพราะมีสัญญาณอ่อนๆว่า

อาจเป็นจุดต่ำสุดของรอบ

เนื่องจาก ใกล้แนวรับ

จึงมีแรงซื้อมาพยุงราคา ไม่ให้ต่ำกว่า 58 ได้


------------


อย่างไรก็ตาม

แนวรับก็ไม่ใช่พนังทองแดง กำแพงเหล็ก ที่ไม่มีวันแตกสลาย

เราไม่ควรไว้ใจเต็ม100 ว่า แนวรับ "เอาอยู่"

ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

หากเอาอยู่ก็ดีไป

แต่หากเอาไม่อยู่ ราคาทิ้งดิ่งต่ำกว่าแนวรับ

จะเป็นการสะท้อนว่า มหาชนหรือนักลงทุนรายใหญ่

เห็นว่า 58บาท แพง ไม่คุ้มค่า ไม่น่าถือ

จึงขายทิ้ง เพื่อรอซื้อที่ราคาต่ำกว่า

หรือ ยกธงขาว ไปซื้อหุ้นตัวอื่น

ดังนั้น เราก็ต้องตัดสินใจ

ว่า "ขายทิ้ง" หรือ "ถือต่อ" ครับ


----------

สรุป 

PTTGC เป็นหุ้นขาลงโดยสมบูรณ์

เวลานี้ราคาถึงแนวรับแถว 58 บาท

หาก 58 เอาอยู่ มีแรงซื้อเข้าจู่โจมแบบหนาแน่น

ก็อาจจะเป็นจุดกลับตัวของแนวโน้มราคา

แต่หากเอาไม่อยู่

ก็ต้องตัดสินใจว่าจะ "ถือต่อ" หรือ

"สละเรือ" เพื่อเอาตัวรอดครับ

# นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน


Read More »
Google