นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน สอนเล่นหุ้น พื้นฐานผสานเทคนิค วิเคราะห์หุ้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558
สอนเล่นหุ้น- วิธีทนรวยและตัดขาดทุนให้ไว
ปัญหาหนักอกของการเล่นหุ้น มี 2 อย่าง
1.ทนรวยไม่ได้ รีบขาย
จึงกำไรน้อย
บางทีขายแล้ว ได้แต่มองหุ้น
พุ่งสู่สวรรค์ อย่างสุดแสนเสียดาย
2. ตัดขาดทุนช้า
นั่งมองแผลตัวเอง ขยายใหญ่เรื่อยๆ
จนขาดทุนบักโกรก
คำถามคือ จะแก้ปัญหานี้อย่างไร
คำตอบคือ ต้องมี “มุมมอง” ที่ถูกต้อง
การเล่นหุ้นที่ถูก ต้องมองเหมือน “บริหารคน”
สมมุติเราคือ CEO บริษัท
หากลูกน้องคนหนึ่ง
โดดเด่น ทำตัวดี สร้างกำไรแก่บริษัทตลอด
เราจะ “ไล่ออก”
ไหม
แน่นอน คำตอบคือ “ไม่”
เพราะทำดี จะไล่ออกทำไม ??
ในทางกลับกัน หากลูกน้องคนหนึ่ง
ทำตัวแย่ สร้างความเสียหายตลอด
ให้โอกาสแล้ว ก็ไม่กลับตัว
เราจะเลี้ยง คนแบบนี้ไหม
คำตอบคือ ไม่
เพราะ เลี้ยงไป ก็เสียข้าวสุก
แม้มีโปรไฟล์ดี ประวัติเริ่ด ก็ต้องทิ้ง
เพราะเราเสียเงิน จ้างมาทำกำไรให้บริษัท
มิใช่มาก่อความเสียหาย
การเล่นหุ้นก็เหมือนกันครับ
หากหุ้นเราขึ้นมาก ก็เหมือนลูกน้องที่ดี
เรายิ่งต้องกอดให้แน่น ราวกับกอดคนรัก
เพราะสร้างประโยชน์ ทำให้เรารวยเอา รวยเอา
เราจะปล่อยเขาทำไม ??
ในทางกลับกัน
หากเราเล่นเก็งกำไร
แม้หุ้นพื้นฐานดี โปรไฟล์ดีอย่างไร
หากซื้อแล้วลง
สร้างผลขาดทุน ก่อความเสียหาย
ก็เหมือนลูกน้องเลวๆ ที่แม้โปรไฟล์ดีอย่างไร
ยังไงต้องทิ้ง
เพราะเปล่าประโยชน์ ที่จะกอดความเสียหายไว้
ยิ่งกอด ยิ่งเจ๊ง
--------------
สรุปคือ การเล่นหุ้น ก็เหมือนบริหารคน
เลี้ยงคนดี สร้างความร่ำรวยให้เราไว้
หลีกเลี่ยงคนไม่ดี ที่สร้างความฉิบหาย ให้ไกลๆ
ก็จะประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้นได้ครับ
สนับสนุนการเรียนรู้ Google Adword โดย SearchMonopoly
หุ้น : ภาวะอุตสาหกรรม2558 : พลังงาน
![]() |
หุ้นและภาวะอุตสาหกรรมปี 2558 (ในความเห็นผม)
1. พลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ชีวมวลและขยะ
---------
พลังงานถ่านหินไทย ราศีจับแวววับอีกครั้ง
หลังจากซบเซามานาน
จากการที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต
ประกาศกร้าวว่า
ไทยต้องมีโรงฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น อย่างไม่มีทางเลือก
สาเหตุจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทย
เพิ่มต่อเนื่องมาหลายปี
สวนทางกับความสามารถผลิตไฟฟ้า
ที่เพิ่มช้าราวกับเต่าชราคลาน
รัฐบาลจึงเร่งสร้างโรงไฟฟ้ามือเป็นระวิง
ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินมีข้อดีคือ
ต้นทุนถูก และมีเสถียรภาพ
ผลิตไฟฟ้าได้ 7วัน 24 ชั่วโมง
แต่ข้อเสียคือ มีการต่อต้านจากชาวบ้านในพื้นที่
เพราะเชื่อว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินสร้างหายนะแก่สิ่งแว้ดล้อม
การคัดค้านอย่างเข้มข้น
ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินในไทย ถูกดองเค็มมานาน
แต่พอรัฐบาลทหารเรืองอำนาจ
ก็ใส่เกียร์ห้าเดินหน้าเต็มที่ โดยไม่มีใครกล้าขวาง
เหตุผลก็ รู้ๆกันดี
เมื่อโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น
ความต้องการถ่านหินจึงถีบตัวสูงขึ้นด้วย
--------
อีกกระแสที่ก่อตัวขึ้นคือ โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ
ซึ่งนำ "ชีวมวล" อันหมายถึง
เศษ ซาก ของอินทรีย์สาร ที่ไม่ได้ใช้งาน
เช่น แกลบ ฟาง เศษไม้ เศษหญ้า ฯลฯ
มาเป็นวัตถุดิบผลิตไฟฟ้า
เมื่อก่อน โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ
ไม่ค่อยได้รับความนิยมทางพาณิชย์
เพราะต้นทูนสูง จัดเก็บชีวมวลและขยะยุ่งยาก
แถมมีปัญหาต่อต้านจากชาวบ้านอีก
แต่ปัจจุบัน รัฐบาลส่งเสริมแบบสุดลิ่มทิ่มประตู
เพราะช่วยแก้ปัญหาสำคัญ ที่กำลังสร้างหายนะ
นั่นคือ ปัญหาขยะล้นเมือง
เนื่องจากความสามารถผลิตขยะของสังคมไทย
กับพื้นที่เก็บและทำลายขยะ ไม่สมดุลกันแบบรุนแรง
โรงไฟฟ้าชีวมวลและขยะ
นอกจากสร้างไฟฟ้ายังช่วยลดปริมาณขยะ
เป็นประโยชน์ 2 เด้ง
จากเหตุผลข้างต้น พลังงานจากถ่านหิน ชีวมวลและขยะ
น่าจะเป็นดาวเด่นด้านพลังงานของปี 2558 ครับ
#นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน
ที่มาข้อมูล
http://goo.gl/MX9NhI
http://goo.gl/UE3gjc
วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2557
หุ้น ปริมาณซื้อขายกับการเก็งกำไร
การเก็งกำไรให้ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ
ก็คือ
ซื้อแล้ว ราคาหุ้นต้องสูงกว่าเดิม
คำถามคือ
ราคาหุ้นเพิ่มได้ เพราะอะไร
คำตอบคือ
มีการ "ซื้อขาย" อย่างคึกคัก
เพราะถ้าไม่มีการซื้อขาย
ราคาหุ้นจะนิ่ง
เป็นก้อนหิน
ปริมาณซื้อขาย
จึงเหมือน แบตเตอรี่
ที่ผลักดันราคาหุ้นให้พุ่งทะยาน
ไปทางใด
ทางหนึ่ง
เวลาที่เหมาะแก่การเก็งกำไร
กำไรง่าย
มีโอกาสชนะสูง
คือช่วงที่มีปริมาณซื้อขาย
(Volume)
มาก
เพราะมีเม็ดเงิน
มาผลักดันราคาหุ้นมาก
เปรียบเหมือนตกปลาใน
"วังมัจฉา"
แม้ใช้เครื่องมือสุดแสนธรรมดา
ก็ได้ปลาเต็มกระซัง
เพราะมีปลาชุกชุม
กลับกัน
หากตกปลาในน้ำที่ว่างเปล่า
ต่อให้มีเครื่องมือขั้นเทพ
ก็เป็นเรื่องลำบากสุดแสนนัก
ที่จะได้ปลาเป็นกอบเป็นกำ
เพราะไม่มีปลา
แล้วเครื่องมือขั้นเทพ
จะจับปลาจากไหน ??
การเก็งกำไรก็เหมือนกันครับ
การเก็งกำไรในช่วงที่ปริมาณซื้อขายน้อย
ตลาดหุ้นเงียบเหงาเป็นป่าช้า
ก็เหมือนตกปลาในน้ำที่ว่างเปล่า
ต่อให้มี
indicator
ชั้นครู
ก็ยากที่จะมีกำไรอู้ฟู่
เพราะไม่มีเม็ดเงินมาผลักดันราคาหุ้น
ส่งผลให้ราคาหุ้นส่วนใหญ่
ไม่เพิ่ม
ออกทางลดลงด้วยซ้ำ
ดังนั้นกลยุทธที่เหมาะสม (26/12/57)
ในช่วงที่ปริมาณซื้อขาย
(Volume)
น้อย
คือ
ถือเงินสด รอดูสถานะการณ์
รอเมื่อลมพัดหวน
ปริมาณซื้อขายมาอีกครั้ง
จึงพิจารณาอีกทีครับ
#นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน
วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
สอนเล่นหุ้น- 7 นิสัยที่ทำให้คุณไม่รอดในตลาดหุ้น
เป็นผู้รับเหมา คือ เอามันทุกอย่าง
เก็งกำไรระยะสั้น เล่นรอบ ลงทุนระยะยาว
รู้ทุกอย่าง แต่ผิวเผิน ไม่แตกฉานสักเรื่อง
ไม่รอด2 : สนแต่ "ชื่อหุ้น"
เวลาไปสัมนา หรือ อบรม
จำได้แต่ "ชื่อหุ้น" ที่บอกตอนท้าย
ไม่สนใจเหตุผลว่าทำไม
ซื้อขายเมื่อไหร่
ไม่รอด3 : มีหุ้นมากเกินไป
มีหุ้น 30-40 ตัวในพอร์ต
ตัวไหนใครว่าดี กวาดเรียบ
ผลคือ พอร์ตไม่เติบโต
เพราะแม้บางตัวขึ้นเยอะ
แต่มูลค่าน้อยเกินไป
ไม่รอด4 : เป็นMessenger
คือผู้กระจายข่าว
โดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง
เมื่อได้หุ้นเด็ดหรือข่าวลือ
ก็โพทะนา ทาง Facebook หรือ Line
สุดท้ายจบลงด้วย
ตัวเองซื้อหุ้นตาม "ข่าวลือ" นั่น
ไม่รอด5 :แต่งงานกับพี่ "วินัย"
คือ Cutloss ทุกวัน บางช่วงวันละ 3 ครั้ง
เล่นหุ้นแทบไม่เคยเห็นกำไร
Cutloss บ่อยเกินไป สะท้อนว่า
ต้องแก้ไขเรื่อง วิธีเลือกหุ้นและจังหวะซื้อขาย
แต่ไม่เคยสนใจ ใช้วิธีเดิมๆ
ไม่รอด6 : เป็นผู้กล้า
เป็นอัศวินผู้ออกรบโดยไม่สวมเกราะ
ไม่กลัวและไม่ร้จัก "ความเสี่ยง"
ไม่เคยแบ่งไม้ซื้อ จัดเต็มทุกครั้ง
ผลคือ แม้คุณจะเก่งกล้าสามารถขนาดไหน
แต่เมื่อพลาดครั้งเดียว คุณจะเจ็บหนัก
อาจถีงขั้นหายนะ
ไม่รอด7 : เชื่อดวง
คิดว่าเล่นหุ้นคืออยู่ที่ดวง
วันไหนโชคดีก็กำไร
หากโชคร้ายก็กระเป๋าฉีก
ฝากเงินไว้กับโชคชะตา
แต่ความจริง ผู้โชคดีที่สุดในตลาดหุ้น
คือผู้ที่ทำงานหนักที่สุด
พวกเขาไม่เชื่อดวง แต่เชื่อเรื่องวางแผนและลงมือทำ
----------
ที่มาข้อมูล : คุณณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์
เรียบเรียง : นักเก็งกำไรด้วยปัจจัยพื้นฐาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













.png)


